5 อันดับประเทศที่ส่งออกแมลงมากที่สุดในโลก ธุรกิจอาหารแห่งอนาคตที่กำลังเติบโต

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “แมลงกินได้” (Edible Insects) กลายเป็นอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก เนื่องจากแมลงเป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ใช้ทรัพยากรในการผลิตต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หลายประเทศจึงเริ่มพัฒนาอุตสาหกรรมการเลี้ยงแมลงและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ

ปัจจุบันตลาดแมลงกินได้มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งในยุโรป อเมริกา และเอเชีย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารเสริม โปรตีนบาร์ และอาหารสัตว์ ทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่สำหรับผู้ประกอบการทั่วโลก

บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจขนาดตลาดแมลงในระดับโลก พร้อมกับ 5 ประเทศที่ส่งออกแมลงมากที่สุด รวมถึงโอกาสสำหรับคนไทยที่ต้องการเข้าสู่ธุรกิจแมลง

ประเทศที่ส่งออกแมลงมากที่สุด


1. มูลค่าตลาดแมลงในประเทศไทยและระดับโลก

ตลาดแมลงกินได้ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จากการที่ผู้บริโภคหันมาสนใจอาหารที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ข้อมูลจากรายงานตลาดพบว่า

  • ตลาดแมลงกินได้ทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 1.35 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 และกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

  • คาดว่าจะเติบโตด้วยอัตรา มากกว่า 25% ต่อปี ระหว่างปี 2025–2030

  • บางการคาดการณ์ระบุว่าตลาดอาจเติบโตถึง 3.04 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2031

ในประเทศไทย อุตสาหกรรมแมลงก็เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นกัน

  • ตลาดแมลงกินได้ของไทยมีมูลค่าประมาณ 56.9 ล้านดอลลาร์ในปี 2024

  • คาดว่าจะเติบโตไปถึง 350 ล้านดอลลาร์ในปี 2032

  • ไทยมีฟาร์มจิ้งหรีดมากกว่า 20,000 ฟาร์ม ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีบทบาทสำคัญในตลาดโลก โดยมีสัดส่วนการส่งออกแมลงประมาณ 6% ของมูลค่าการส่งออกแมลงทั่วโลก

จากตัวเลขเหล่านี้จะเห็นได้ว่า “ธุรกิจแมลง” กำลังกลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงและเติบโตอย่างรวดเร็วในระดับโลก


2. 5 อันดับประเทศที่ส่งออกแมลงมากที่สุดในโลก

หลายประเทศได้พัฒนาเทคโนโลยีการเลี้ยงแมลงและการแปรรูปเพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ โดยประเทศที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมแมลงโลก ได้แก่

อันดับ 1 จีน

จีนเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกแมลงมากที่สุดในโลก

จุดแข็งของจีน

  • มีอุตสาหกรรมการเกษตรขนาดใหญ่

  • ต้นทุนการผลิตต่ำ

  • มีตลาดภายในประเทศขนาดใหญ่

แมลงที่จีนส่งออก

  • หนอนไหม

  • ตั๊กแตน

  • หนอนนก

  • แมลงสำหรับอาหารสัตว์

ตลาดส่งออกหลัก

  • ญี่ปุ่น

  • เกาหลีใต้

  • ยุโรป

  • สหรัฐอเมริกา


อันดับ 2 ไทย

ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของอุตสาหกรรมแมลงโลก

จุดเด่นของไทย

  • มีวัฒนธรรมการกินแมลงมายาวนาน

  • มีฟาร์มจิ้งหรีดจำนวนมาก

  • มีสภาพอากาศเหมาะกับการเลี้ยงแมลง

แมลงที่ส่งออกมากที่สุด

  • จิ้งหรีด

  • ดักแด้ไหม

  • ตั๊กแตน

  • หนอนนก

ตลาดส่งออกหลัก

  • สหรัฐอเมริกา

  • ยุโรป

  • ญี่ปุ่น


อันดับ 3 เนเธอร์แลนด์

เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีการเลี้ยงแมลงที่ทันสมัยที่สุดในยุโรป

ประเทศนี้มีบริษัทผลิตแมลงโปรตีนจำนวนมาก เช่น

  • บริษัทผลิตโปรตีนจากหนอนนก

  • ฟาร์มแมลงสำหรับอาหารสัตว์

ตลาดหลัก

  • สหภาพยุโรป

  • อุตสาหกรรมอาหารสัตว์

  • อุตสาหกรรมอาหารสุขภาพ


อันดับ 4 แคนาดา

แคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศที่ลงทุนด้านโปรตีนจากแมลงมากที่สุด

บริษัทใหญ่หลายแห่งผลิต

  • ผงโปรตีนจากจิ้งหรีด

  • แมลงสำหรับอาหารสัตว์

ตลาดส่งออกหลัก

  • สหรัฐอเมริกา

  • ยุโรป


อันดับ 5 เวียดนาม

เวียดนามเป็นผู้ผลิตแมลงรายสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แมลงที่นิยมเลี้ยง

  • จิ้งหรีด

  • หนอนนก

  • ตั๊กแตน

ตลาดส่งออก

  • จีน

  • ไทย

  • ญี่ปุ่น


3. เทรนด์การเติบโตตลาดแมลง

ตลาดแมลงทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยเหตุผลหลายประการ

1 ความต้องการโปรตีนเพิ่มขึ้น

ประชากรโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ความต้องการโปรตีนสูงขึ้น

แมลงจึงถูกมองว่าเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ


2 กระแสรักษ์โลก

การเลี้ยงแมลงปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าการเลี้ยงวัวหรือหมูหลายเท่า

การผลิตโปรตีนจากแมลงปล่อย CO2 น้อยกว่าเนื้อสัตว์ถึง 27–40 เท่า


3 อุตสาหกรรมอาหารสัตว์

แมลงถูกนำมาใช้เป็น

  • อาหารปลา

  • อาหารไก่

  • อาหารสัตว์เลี้ยง

ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มาก


4 โปรตีนทางเลือก (Alternative Protein)

ในยุโรปและอเมริกา

แมลงถูกพัฒนาเป็น

  • โปรตีนบาร์

  • ผงโปรตีน

  • ขนมขบเคี้ยว

ทำให้ตลาดขยายตัวอย่างรวดเร็ว


4. โอกาสของคนไทยที่ขายส่งแมลงไปต่างประเทศ

ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นผู้ส่งออกแมลงระดับโลก เนื่องจากมีข้อได้เปรียบหลายด้าน

1 ประสบการณ์การเลี้ยงแมลง

ประเทศไทยมีฟาร์มแมลงจำนวนมาก โดยเฉพาะฟาร์มจิ้งหรีดที่กระจายอยู่ทั่วภาคอีสาน


2 ต้นทุนการผลิตต่ำ

ต้นทุนการเลี้ยงแมลงต่ำกว่า

  • การเลี้ยงวัว

  • การเลี้ยงหมู

  • การเลี้ยงไก่

ทำให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้


3 ตลาดต่างประเทศกำลังเปิดรับ

หลายประเทศเริ่มอนุญาตให้ใช้แมลงเป็นอาหาร เช่น

  • สหภาพยุโรป

  • สหรัฐอเมริกา

  • ญี่ปุ่น


4 โอกาสขายสินค้าแปรรูป

สินค้าแมลงสามารถแปรรูปได้หลายรูปแบบ เช่น

  • ผงโปรตีนแมลง

  • แมลงอบกรอบ

  • โปรตีนบาร์

สินค้าที่ผ่านการแปรรูปมีมูลค่าสูงกว่าสินค้าดิบหลายเท่า


5. การลงทุนสร้างฟาร์ม และผลกำไร

ธุรกิจฟาร์มแมลงถือเป็นธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนไม่สูงมากเมื่อเทียบกับการทำปศุสัตว์

เงินลงทุนเริ่มต้น

การเริ่มต้นฟาร์มจิ้งหรีดขนาดเล็กใช้เงินประมาณ

45,000 – 75,000 บาท


รายได้จากการขายแมลงสด

ฟาร์มขนาดเล็กสามารถทำกำไรประมาณ

9,600 – 37,000 บาทต่อปี


รายได้จากการแปรรูป

หากนำแมลงมาแปรรูปเป็นผงโปรตีนหรือสินค้าแปรรูป

กำไรอาจเพิ่มขึ้นถึง

260,000 บาทต่อปี


ผลตอบแทนต่อพื้นที่

การเลี้ยงแมลงสามารถสร้างรายได้ประมาณ

9,300 บาทต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ซึ่งสูงกว่าการเลี้ยงไก่หรือวัวหลายเท่า


สรุป

ธุรกิจแมลงกำลังกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมอาหารที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ด้วยกระแสโปรตีนทางเลือกและความต้องการอาหารที่ยั่งยืน

ประเทศที่มีบทบาทสำคัญในตลาดส่งออกแมลง ได้แก่

  1. จีน

  2. ไทย

  3. เนเธอร์แลนด์

  4. แคนาดา

  5. เวียดนาม

ประเทศไทยเองก็มีศักยภาพสูงในการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ เนื่องจากมีประสบการณ์การเลี้ยงแมลง ต้นทุนการผลิตต่ำ และมีตลาดส่งออกที่กำลังเติบโต

หากได้รับการพัฒนาอย่างจริงจัง ธุรกิจแมลงอาจกลายเป็น อุตสาหกรรมอาหารใหม่ที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับเกษตรกรไทยในอนาคต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *