ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “แมลงกินได้” (Edible Insects) กลายเป็นอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก เนื่องจากแมลงเป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ใช้ทรัพยากรในการผลิตต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หลายประเทศจึงเริ่มพัฒนาอุตสาหกรรมการเลี้ยงแมลงและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ
ปัจจุบันตลาดแมลงกินได้มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งในยุโรป อเมริกา และเอเชีย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารเสริม โปรตีนบาร์ และอาหารสัตว์ ทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่สำหรับผู้ประกอบการทั่วโลก
บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจขนาดตลาดแมลงในระดับโลก พร้อมกับ 5 ประเทศที่ส่งออกแมลงมากที่สุด รวมถึงโอกาสสำหรับคนไทยที่ต้องการเข้าสู่ธุรกิจแมลง

1. มูลค่าตลาดแมลงในประเทศไทยและระดับโลก
ตลาดแมลงกินได้ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จากการที่ผู้บริโภคหันมาสนใจอาหารที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ข้อมูลจากรายงานตลาดพบว่า
-
ตลาดแมลงกินได้ทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 1.35 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 และกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
-
คาดว่าจะเติบโตด้วยอัตรา มากกว่า 25% ต่อปี ระหว่างปี 2025–2030
-
บางการคาดการณ์ระบุว่าตลาดอาจเติบโตถึง 3.04 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2031
ในประเทศไทย อุตสาหกรรมแมลงก็เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นกัน
-
ตลาดแมลงกินได้ของไทยมีมูลค่าประมาณ 56.9 ล้านดอลลาร์ในปี 2024
-
คาดว่าจะเติบโตไปถึง 350 ล้านดอลลาร์ในปี 2032
-
ไทยมีฟาร์มจิ้งหรีดมากกว่า 20,000 ฟาร์ม ทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีบทบาทสำคัญในตลาดโลก โดยมีสัดส่วนการส่งออกแมลงประมาณ 6% ของมูลค่าการส่งออกแมลงทั่วโลก
จากตัวเลขเหล่านี้จะเห็นได้ว่า “ธุรกิจแมลง” กำลังกลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงและเติบโตอย่างรวดเร็วในระดับโลก
2. 5 อันดับประเทศที่ส่งออกแมลงมากที่สุดในโลก
หลายประเทศได้พัฒนาเทคโนโลยีการเลี้ยงแมลงและการแปรรูปเพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ โดยประเทศที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมแมลงโลก ได้แก่
อันดับ 1 จีน
จีนเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกแมลงมากที่สุดในโลก
จุดแข็งของจีน
-
มีอุตสาหกรรมการเกษตรขนาดใหญ่
-
ต้นทุนการผลิตต่ำ
-
มีตลาดภายในประเทศขนาดใหญ่
แมลงที่จีนส่งออก
-
หนอนไหม
-
ตั๊กแตน
-
หนอนนก
-
แมลงสำหรับอาหารสัตว์
ตลาดส่งออกหลัก
-
ญี่ปุ่น
-
เกาหลีใต้
-
ยุโรป
-
สหรัฐอเมริกา
อันดับ 2 ไทย
ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของอุตสาหกรรมแมลงโลก
จุดเด่นของไทย
-
มีวัฒนธรรมการกินแมลงมายาวนาน
-
มีฟาร์มจิ้งหรีดจำนวนมาก
-
มีสภาพอากาศเหมาะกับการเลี้ยงแมลง
แมลงที่ส่งออกมากที่สุด
-
จิ้งหรีด
-
ดักแด้ไหม
-
ตั๊กแตน
-
หนอนนก
ตลาดส่งออกหลัก
-
สหรัฐอเมริกา
-
ยุโรป
-
ญี่ปุ่น
อันดับ 3 เนเธอร์แลนด์
เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีการเลี้ยงแมลงที่ทันสมัยที่สุดในยุโรป
ประเทศนี้มีบริษัทผลิตแมลงโปรตีนจำนวนมาก เช่น
-
บริษัทผลิตโปรตีนจากหนอนนก
-
ฟาร์มแมลงสำหรับอาหารสัตว์
ตลาดหลัก
-
สหภาพยุโรป
-
อุตสาหกรรมอาหารสัตว์
-
อุตสาหกรรมอาหารสุขภาพ
อันดับ 4 แคนาดา
แคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศที่ลงทุนด้านโปรตีนจากแมลงมากที่สุด
บริษัทใหญ่หลายแห่งผลิต
-
ผงโปรตีนจากจิ้งหรีด
-
แมลงสำหรับอาหารสัตว์
ตลาดส่งออกหลัก
-
สหรัฐอเมริกา
-
ยุโรป
อันดับ 5 เวียดนาม
เวียดนามเป็นผู้ผลิตแมลงรายสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แมลงที่นิยมเลี้ยง
-
จิ้งหรีด
-
หนอนนก
-
ตั๊กแตน
ตลาดส่งออก
-
จีน
-
ไทย
-
ญี่ปุ่น
3. เทรนด์การเติบโตตลาดแมลง
ตลาดแมลงทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยเหตุผลหลายประการ
1 ความต้องการโปรตีนเพิ่มขึ้น
ประชากรโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ความต้องการโปรตีนสูงขึ้น
แมลงจึงถูกมองว่าเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ
2 กระแสรักษ์โลก
การเลี้ยงแมลงปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าการเลี้ยงวัวหรือหมูหลายเท่า
การผลิตโปรตีนจากแมลงปล่อย CO2 น้อยกว่าเนื้อสัตว์ถึง 27–40 เท่า
3 อุตสาหกรรมอาหารสัตว์
แมลงถูกนำมาใช้เป็น
-
อาหารปลา
-
อาหารไก่
-
อาหารสัตว์เลี้ยง
ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มาก
4 โปรตีนทางเลือก (Alternative Protein)
ในยุโรปและอเมริกา
แมลงถูกพัฒนาเป็น
-
โปรตีนบาร์
-
ผงโปรตีน
-
ขนมขบเคี้ยว
ทำให้ตลาดขยายตัวอย่างรวดเร็ว
4. โอกาสของคนไทยที่ขายส่งแมลงไปต่างประเทศ
ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นผู้ส่งออกแมลงระดับโลก เนื่องจากมีข้อได้เปรียบหลายด้าน
1 ประสบการณ์การเลี้ยงแมลง
ประเทศไทยมีฟาร์มแมลงจำนวนมาก โดยเฉพาะฟาร์มจิ้งหรีดที่กระจายอยู่ทั่วภาคอีสาน
2 ต้นทุนการผลิตต่ำ
ต้นทุนการเลี้ยงแมลงต่ำกว่า
-
การเลี้ยงวัว
-
การเลี้ยงหมู
-
การเลี้ยงไก่
ทำให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
3 ตลาดต่างประเทศกำลังเปิดรับ
หลายประเทศเริ่มอนุญาตให้ใช้แมลงเป็นอาหาร เช่น
-
สหภาพยุโรป
-
สหรัฐอเมริกา
-
ญี่ปุ่น
4 โอกาสขายสินค้าแปรรูป
สินค้าแมลงสามารถแปรรูปได้หลายรูปแบบ เช่น
-
ผงโปรตีนแมลง
-
แมลงอบกรอบ
-
โปรตีนบาร์
สินค้าที่ผ่านการแปรรูปมีมูลค่าสูงกว่าสินค้าดิบหลายเท่า
5. การลงทุนสร้างฟาร์ม และผลกำไร
ธุรกิจฟาร์มแมลงถือเป็นธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนไม่สูงมากเมื่อเทียบกับการทำปศุสัตว์
เงินลงทุนเริ่มต้น
การเริ่มต้นฟาร์มจิ้งหรีดขนาดเล็กใช้เงินประมาณ
45,000 – 75,000 บาท
รายได้จากการขายแมลงสด
ฟาร์มขนาดเล็กสามารถทำกำไรประมาณ
9,600 – 37,000 บาทต่อปี
รายได้จากการแปรรูป
หากนำแมลงมาแปรรูปเป็นผงโปรตีนหรือสินค้าแปรรูป
กำไรอาจเพิ่มขึ้นถึง
260,000 บาทต่อปี
ผลตอบแทนต่อพื้นที่
การเลี้ยงแมลงสามารถสร้างรายได้ประมาณ
9,300 บาทต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ซึ่งสูงกว่าการเลี้ยงไก่หรือวัวหลายเท่า
สรุป
ธุรกิจแมลงกำลังกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมอาหารที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ด้วยกระแสโปรตีนทางเลือกและความต้องการอาหารที่ยั่งยืน
ประเทศที่มีบทบาทสำคัญในตลาดส่งออกแมลง ได้แก่
-
จีน
-
ไทย
-
เนเธอร์แลนด์
-
แคนาดา
-
เวียดนาม
ประเทศไทยเองก็มีศักยภาพสูงในการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ เนื่องจากมีประสบการณ์การเลี้ยงแมลง ต้นทุนการผลิตต่ำ และมีตลาดส่งออกที่กำลังเติบโต
หากได้รับการพัฒนาอย่างจริงจัง ธุรกิจแมลงอาจกลายเป็น อุตสาหกรรมอาหารใหม่ที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับเกษตรกรไทยในอนาคต
ใส่ความเห็น