ขายส่งจิ้งหรีด ธุรกิจแมลงเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตในประเทศไทย (คู่มือครบสำหรับคนอยากเริ่มต้น)

ธุรกิจ ขายส่งจิ้งหรีด กำลังกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมอาหารที่เติบโตเร็วในประเทศไทย เพราะจิ้งหรีดเป็นแมลงที่มีโปรตีนสูง เลี้ยงง่าย ใช้พื้นที่น้อย และเป็นที่นิยมทั้งในตลาดอาหารพื้นบ้านและตลาดอาหารแห่งอนาคต ปัจจุบันประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำด้าน อุตสาหกรรมแมลงกินได้ (Edible Insects) ของโลก

หลายคนอาจมองว่าการขายจิ้งหรีดเป็นเพียงอาหารพื้นบ้านตามตลาดนัด แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธุรกิจนี้มีมูลค่าตลาดหลายพันล้านบาท และยังมีโอกาสเติบโตอีกมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักทุกเรื่องเกี่ยวกับ ขายส่งจิ้งหรีด ตั้งแต่ขนาดตลาด ความนิยม ราคา กำไร วิธีทอด วิธีเก็บรักษา ไปจนถึงการลงทุนเปิดร้านขายจิ้งหรีด

ขายส่งจิ้งหรีด


1. ตลาดขายส่งจิ้งหรีดมีขนาดตลาดซื้อขายในประเทศไทยมูลค่าเท่าไหร่

ตลาดจิ้งหรีดในประเทศไทยถือเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมแมลงกินได้ ซึ่งกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ข้อมูลสำคัญของตลาดจิ้งหรีดในประเทศไทย ได้แก่

  • ประเทศไทยมี ฟาร์มจิ้งหรีดมากกว่า 20,000 ฟาร์ม

  • กระจายอยู่ใน มากกว่า 50 จังหวัดทั่วประเทศ

  • มีการผลิตแมลงกินได้มากกว่า 7,000 ตันต่อปี

  • มูลค่าตลาดรวมของอุตสาหกรรมแมลงกินได้ในไทยมากกว่า 9,000 ล้านบาทต่อปี

จังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตจิ้งหรีดสำคัญ ได้แก่

  • ขอนแก่น

  • กาฬสินธุ์

  • มหาสารคาม

  • บุรีรัมย์

  • ร้อยเอ็ด

พื้นที่เหล่านี้ถือเป็น ศูนย์กลางการขายส่งจิ้งหรีด ของประเทศไทย เพราะมีฟาร์มจำนวนมาก และมีพ่อค้าคนกลางรับซื้อไปกระจายขายตามตลาดต่าง ๆ

นอกจากนี้ จิ้งหรีดยังถูกนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น

  • ผงโปรตีนจิ้งหรีด

  • ขนมจากแมลง

  • โปรตีนทางเลือก (Alternative Protein)

แนวโน้มของตลาดโลกคาดว่ามูลค่าตลาดแมลงกินได้จะเติบโต หลายหมื่นล้านดอลลาร์ในอนาคต ทำให้ธุรกิจขายส่งจิ้งหรีดมีโอกาสเติบโตอย่างมาก


2. จิ้งหรีดเป็นแมลงที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมากแค่ไหน

จิ้งหรีดถือเป็นหนึ่งในแมลงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการบริโภคในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ

แมลงทอดที่คนไทยนิยมกิน ได้แก่

  • จิ้งหรีด

  • ตั๊กแตน

  • ดักแด้ไหม

  • แมงดา

  • หนอนไม้ไผ่

ในบรรดาแมลงเหล่านี้ จิ้งหรีดถือเป็นชนิดที่ขายดีที่สุด

เหตุผลที่จิ้งหรีดได้รับความนิยม ได้แก่

1. เป็นอาหารพื้นบ้านของคนไทยมานาน

การกินแมลงเป็นวัฒนธรรมอาหารที่มีมานานหลายร้อยปี โดยเฉพาะในภาคอีสาน

2. โปรตีนสูงมาก

จิ้งหรีดมีโปรตีนประมาณ 60–70% ของน้ำหนักแห้ง

3. ราคาไม่แพง

เมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์อื่น ๆ จิ้งหรีดมีราคาถูกกว่า

4. หาซื้อได้ง่าย

มีขายตาม

  • ตลาดสด

  • ตลาดนัด

  • ถนนคนเดิน

  • แหล่งท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากยังนิยมลองกิน จิ้งหรีดทอด เพราะถือเป็นอาหารแปลกใหม่ของประเทศไทย


3. ราคาจิ้งหรีดในประเทศไทย (หน้าฟาร์ม / ขายส่ง / ขายปลีก)

ราคาจิ้งหรีดในประเทศไทยมีหลายระดับ ขึ้นอยู่กับแหล่งซื้อและการแปรรูป

โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ

ราคาหน้าฟาร์ม

ราคาที่พ่อค้ารับซื้อจากฟาร์มโดยตรง

ประมาณ
80 – 120 บาท / กิโลกรัม

ราคาจะถูกในช่วงที่ผลผลิตออกมาก เช่น ฤดูร้อน


ราคาขายส่ง

ราคาที่พ่อค้าคนกลางขายให้ร้านค้า

ประมาณ
120 – 180 บาท / กิโลกรัม

ผู้ซื้อส่วนใหญ่คือ

  • ร้านแมลงทอด

  • พ่อค้าในตลาด

  • ร้านอาหาร


ราคาขายปลีก

ราคาที่ขายให้ผู้บริโภค

ประมาณ
200 – 350 บาท / กิโลกรัม

หากเป็นจิ้งหรีดทอดจะขายเป็นถ้วย เช่น

  • ถ้วยเล็ก 20 บาท

  • ถ้วยกลาง 30 บาท

  • ถ้วยใหญ่ 50 บาท

กำไรจึงเกิดจากการ แปรรูปและแบ่งขาย


4. ขายจิ้งหรีดทอดได้กำไรมากแค่ไหน

การขายจิ้งหรีดทอดถือเป็นธุรกิจที่มีกำไรค่อนข้างดี เพราะต้นทุนวัตถุดิบไม่สูง

ตัวอย่างการคำนวณต้นทุน

ต้นทุนวัตถุดิบ

  • จิ้งหรีดสด 1 กก. = 120 บาท

  • น้ำมัน + เครื่องปรุง = 40 บาท

รวมต้นทุน
160 บาท

หลังทอดแล้วสามารถแบ่งขายได้ประมาณ

15 – 20 ถ้วย

หากขายถ้วยละ 20 บาท

รายได้

20 × 20 = 400 บาท

กำไรต่อกิโลกรัม

400 – 160 = 240 บาท

หากร้านขายได้วันละ 20 กิโล

กำไรต่อวันอาจสูงถึง

4,000 – 5,000 บาท

จึงไม่แปลกที่ธุรกิจขายแมลงทอดจะพบเห็นได้มากตามตลาดนัด


5. วิธีทำจิ้งหรีดทอด

การทำจิ้งหรีดทอดไม่ยาก แต่ต้องใช้เทคนิคเล็กน้อยเพื่อให้กรอบและอร่อย

วัตถุดิบ

  • จิ้งหรีดสด

  • น้ำมันพืช

  • เกลือ

  • พริกไทย

  • ใบมะกรูด

  • ซอสปรุงรส


วิธีทำ

  1. ล้างจิ้งหรีดให้สะอาด

  2. พักให้สะเด็ดน้ำ

  3. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน

  4. ใส่จิ้งหรีดลงทอด

  5. ทอดประมาณ 3–5 นาที

  6. ใส่ใบมะกรูดทอดเพิ่มกลิ่นหอม

  7. โรยเกลือหรือซอสปรุงรส

เคล็ดลับความอร่อย

  • ใช้ไฟกลาง

  • น้ำมันต้องร้อนก่อนทอด

  • อย่าทอดนานเกินไป


6. วิธีเก็บรักษาจิ้งหรีด

การเก็บรักษาจิ้งหรีดมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้งาน

1. เก็บแบบสด

วิธีนี้เหมาะกับร้านขายจิ้งหรีด

วิธีเก็บ

  • ใส่กล่องพลาสติก

  • มีรูระบายอากาศ

  • เก็บในอุณหภูมิ 10–15°C

สามารถเก็บได้ประมาณ

2 – 3 วัน


2. แช่แข็ง

เหมาะสำหรับเก็บระยะยาว

ขั้นตอน

  1. ลวกน้ำร้อนก่อน

  2. บรรจุถุง

  3. แช่ช่องฟรีซ

สามารถเก็บได้

3 – 6 เดือน


3. ทอดแล้ว

ควรเก็บใน

  • กล่องปิดสนิท

  • ภาชนะกันความชื้น

เก็บได้ประมาณ

1 – 2 วัน


7. หากลงทุนเปิดร้านขายจิ้งหรีดต้องใช้อุปกรณ์อะไร และใช้เงินลงทุนเท่าไหร่

การเปิดร้านขายจิ้งหรีดทอดสามารถเริ่มต้นได้ด้วยเงินลงทุนไม่สูง

อุปกรณ์หลักที่ต้องใช้ ได้แก่

  • เตาแก๊ส

  • กระทะทอด

  • ตะแกรงพักน้ำมัน

  • ถาดสแตนเลส

  • ถ้วยกระดาษ

  • โต๊ะหรือรถเข็น


เงินลงทุนโดยประมาณ

รายการ ราคา
เตาแก๊ส 800 – 1,500 บาท
กระทะทอด 500 – 1,000 บาท
โต๊ะ / รถเข็น 2,000 – 6,000 บาท
วัตถุดิบเริ่มต้น 1,000 – 2,000 บาท

รวมเงินลงทุน

ประมาณ 5,000 – 10,000 บาท

หากทำเลดี เช่น

  • ตลาดนัด

  • หน้าโรงงาน

  • หน้าโรงเรียน

  • แหล่งท่องเที่ยว

อาจคืนทุนได้ใน 1–2 เดือน


สรุป ธุรกิจขายส่งจิ้งหรีดน่าลงทุนหรือไม่

ธุรกิจ ขายส่งจิ้งหรีด และการขายจิ้งหรีดทอดถือเป็นหนึ่งในธุรกิจอาหารที่มีศักยภาพสูง เพราะ

จุดเด่นของธุรกิจนี้ ได้แก่

  • ตลาดในประเทศไทยมีมูลค่าหลายพันล้านบาท

  • ความนิยมกินแมลงยังมีต่อเนื่อง

  • ใช้เงินลงทุนไม่สูง

  • วัตถุดิบหาได้ง่าย

  • สามารถต่อยอดเป็นธุรกิจฟาร์มจิ้งหรีดได้

สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็ก การขายจิ้งหรีดทอดหรือการทำ ธุรกิจขายส่งจิ้งหรีด ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และสามารถสร้างรายได้ที่ดีได้หากมีแหล่งวัตถุดิบและทำเลขายที่เหมาะสม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *