“ขายส่งแมงอีนูน” กำลังเป็นคีย์เวิร์ดที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการอาหารและธุรกิจแมลงเศรษฐกิจของประเทศไทย เนื่องจากแมงอีนูนถือเป็นแมลงที่มีรสชาติอร่อย โปรตีนสูง และเป็นที่นิยมในตลาดอาหารพื้นบ้านมานานหลายสิบปี
ในปัจจุบัน ธุรกิจแมลงทอด เช่น จิ้งหรีด ตั๊กแตน ดักแด้ไหม และแมงอีนูน กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจอาหารที่สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการจำนวนมาก โดยเฉพาะในตลาดกลางคืน ตลาดนัด และร้านสตรีทฟู้ดทั่วประเทศ

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก ธุรกิจขายส่งแมงอีนูน ตั้งแต่ขนาดตลาด ความนิยม ราคา วิธีทำ วิธีเก็บรักษา รวมถึงงบลงทุนสำหรับผู้ที่อยากเปิดร้านขายแมงอีนูนทอด
1. แมงอีนูนมีขนาดตลาดซื้อขายในประเทศไทยเป็นมูลค่าเท่าไหร่
จากการประเมินของนักวิจัยด้านอาหารและเกษตร พบว่า
-
มูลค่าตลาดแมลงกินได้ในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 7,000 – 10,000 ล้านบาทต่อปี
-
มีฟาร์มแมลงเศรษฐกิจมากกว่า 20,000 ฟาร์มทั่วประเทศ
-
มีผู้ค้าปลีกแมลงทอดหลายหมื่นราย
แมงอีนูนเป็นหนึ่งในแมลงที่มีมูลค่าสูง เนื่องจากมีฤดูกาลจับตามธรรมชาติ และมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
หากประเมินเฉพาะตลาด แมงอีนูน จะมีมูลค่าประมาณ
300 – 600 ล้านบาทต่อปี
โดยตลาดหลักจะอยู่ใน
-
ภาคอีสาน
-
ภาคเหนือ
-
ตลาดนัดกลางคืน
-
ร้านอาหารพื้นบ้าน
การเติบโตของตลาดแมลงในไทยยังได้รับแรงสนับสนุนจากกระแส โปรตีนทางเลือก (Alternative Protein) ทำให้แมลงถูกมองว่าเป็นอาหารแห่งอนาคต
2. แมงอีนูนเป็นแมลงที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมากขนาดไหมแมงอีนูนถือเป็นแมลงที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมานาน โดยเฉพาะในภาคอีสานและภาคเหนือ
เหตุผลที่แมงอีนูนได้รับความนิยม ได้แก่
1. รสชาติอร่อย
แมงอีนูนทอดมีรสชาติ มัน กรอบ และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
2. โปรตีนสูง
แมงอีนูนมีโปรตีนสูงใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ และยังมีไขมันดี
3. เป็นอาหารพื้นบ้าน
คนไทยหลายพื้นที่คุ้นเคยกับการกินแมลงมาตั้งแต่เด็ก
4. ราคาไม่แพง
เมื่อเทียบกับอาหารประเภทเนื้อสัตว์
5. เป็นของกินเล่นยอดนิยม
โดยเฉพาะใน
-
ตลาดกลางคืน
-
ถนนคนเดิน
-
งานเทศกาล
ด้วยเหตุนี้ แมงอีนูนจึงกลายเป็น เมนูแมลงทอดยอดนิยมอันดับต้น ๆ
3. ราคาแมงอีนูนในประเทศไทย
ราคาหน้าฟาร์ม / แหล่งจับ
ประมาณ
120 – 200 บาท / กิโลกรัม
ในช่วงฤดูกาลแมงอีนูนจะมีราคาถูกลง
ราคาขายส่ง
อยู่ที่ประมาณ
200 – 350 บาท / กิโลกรัม
ผู้ค้าส่งจะขายให้กับ
-
ร้านแมลงทอด
-
ร้านอาหาร
-
พ่อค้าแม่ค้าในตลาด
ราคาขายปลีก
ราคาขายปลีกในตลาดหรือร้านแมลงทอด
20 – 50 บาท / ถ้วย
หรือ
400 – 700 บาท / กิโลกรัม
ขึ้นอยู่กับทำเลและฤดูกาล
4. ขายแมงอีนูนทอดได้กำไรมากน้อยขนาดไหน
ตัวอย่างการคำนวณ
ต้นทุนแมงอีนูน
300 บาท / กิโล
ทอดแล้วขาย
ถ้วยละ 30 บาท
1 กิโลกรัมสามารถแบ่งขายได้ประมาณ 15 – 20 ถ้วย
รายได้รวม
450 – 600 บาท
กำไรต่อกิโล
ประมาณ 150 – 300 บาท
หากขายวันละ 10 กิโล
กำไรต่อวัน
1,500 – 3,000 บาท
ดังนั้นจึงเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ดี หากทำเลดีและมีลูกค้าประจำ
5. วิธีทำแมงอีนูนทอด
วัตถุดิบ
-
แมงอีนูนสด
-
น้ำมันพืช
-
เกลือ
-
พริกไทย
-
ใบมะกรูด
-
กระเทียม
วิธีทำ
-
ล้างแมงอีนูนให้สะอาด
-
นำไปลวกน้ำร้อนประมาณ 1 นาที
-
ตั้งกระทะใส่น้ำมัน
-
ทอดด้วยไฟกลาง
-
ใส่ใบมะกรูดและกระเทียม
-
โรยเกลือเล็กน้อย
ทอดจนกรอบก็พร้อมเสิร์ฟ
6. วิธีเก็บรักษาแมงอีนูน
วิธีเก็บแมงอีนูนสด
-
แช่ตู้เย็นอุณหภูมิ 4 องศา
-
เก็บได้ประมาณ 2 – 3 วัน
วิธีเก็บระยะยาว
แช่แข็ง
-
อุณหภูมิ -18 องศา
-
เก็บได้ 3 – 6 เดือน
วิธีเก็บแมงอีนูนทอด
-
ใส่ภาชนะปิดสนิท
-
เก็บได้ 1 – 2 วัน
7. หากลงทุนเปิดร้านขายแมงอีนูนต้องใช้อุปกรณ์อะไร และใช้เงินลงทุนเท่าไหร่
อุปกรณ์ที่ต้องใช้
-
เตาแก๊ส
-
กระทะทอด
-
ตะแกรงพักน้ำมัน
-
หม้อใส่แมลง
-
โต๊ะขายของ
-
ถ้วยกระดาษ
-
ช้อนตัก
งบลงทุนโดยประมาณ
| รายการ | ราคา |
|---|---|
| เตาแก๊ส | 1,500 บาท |
| กระทะทอด | 800 บาท |
| โต๊ะขายของ | 2,000 บาท |
| วัตถุดิบเริ่มต้น | 1,500 บาท |
| อุปกรณ์อื่นๆ | 1,200 บาท |
รวมงบลงทุนประมาณ
5,000 – 10,000 บาท
ถือเป็นธุรกิจที่เริ่มต้นง่าย และคืนทุนเร็ว
สรุป
ธุรกิจ ขายส่งแมงอีนูน เป็นอีกหนึ่งโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจในประเทศไทย เนื่องจากแมงอีนูนเป็นแมลงที่ได้รับความนิยมในตลาดอาหารพื้นบ้าน มีราคาขายที่ทำกำไรได้ดี และสามารถเริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินลงทุนไม่สูง
ไม่ว่าจะเป็นการทำฟาร์มแมงอีนูน การขายส่ง หรือการเปิดร้านแมลงทอด ก็สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการได้ หากมีการวางแผนธุรกิจและเลือกทำเลที่เหมาะสม
ด้วยกระแสอาหารโปรตีนทางเลือกที่กำลังเติบโตในระดับโลก อนาคตของ ตลาดแมลงกินได้ รวมถึงแมงอีนูน มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง และอาจกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจอาหารที่สำคัญของประเทศไทยในอนาคต.